กระเทียม ยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ

เขียนโดย webmaster เมื่อ . หัวข้อ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, บทความ

 

สุนทร ตรีนันทวัน

ผู้เชี่ยวชาญสาขาเทคโนโลยีการศึกษา สสวท.
สอบถามเพิ่มเติม E-mail :strin@ipstweb.com       

 กระเทียม  ยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ 

          กระเทียมเป็นพืชสมุนไพร ที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชนเป็นเวลานานประมาณ  5,000  ปี มาแล้ว  ทั้งในยุโรป  แอฟริกา   และ ในทวีปเอเชีย  รองศาสตร์จารย์ บัญญัติ  สุขศรีงาม  จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี   ได้กล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.rbu.ac.th/news/attack/2011-04-29-3255.doc  การใช้ประโยชน์ของกระเทียมในด้านการแพทย์ในประเทศ อียิปต์ สมัยโบราณ ได้มีการใช้กระเทียมให้คนงานกินเพื่อเพิ่มพละกำลังในระหว่างการก่อสร้างพีระมิด นักรบอียิปต์ในสมัยนั้นที่ออกรบกินกระเทียมเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมีจิตใจกล้าหาญในการรบ และใช้กระเทียมในการักษาผู้ที่ถูกงูกัด  ในประเทศ กรีก นักกีฬาในสมัยโบราณกินกระเทียมเป็นประจำเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงนายแพทย์ ฮิปโปเครติส (Hippocrates)  ได้ใช้กระเทียมในการรักษาโรคปอดบวม  บาดแผลที่เกิดจากการติดเชื้อ  ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ  ในประเทศ อินเดีย  ใช้กระเทียมรักษาโรคหลายชนิด  เช่น ริดสีดวงทวาร  โรคปวดตามข้อ (Rheumatism)  โรคผิวหนัง ชาวซีเรีย มีประเพณีสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน หลังการเก็บเกี่ยวแล้ว จะต้องกินอาหารที่ปรุงด้วยกระเทียม ในประเทศ จีน  ได้ใช้กระเทียมมาใช้เป็นยานานกว่า  6,000  ปีมาแล้ว  โดยใช้เป็นยาแก้อาการผิดปกติของลำไส้  ใน มาเลเซีย ใช้กระเทียมรักษาแผลที่ถูกแมลง  ตะขาบ  แมงป่อง ต่อย  เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด  ใน อังกฤษใช้กระเทียมมาดองกับสุราใช้รับประทานแก้โรคในระบบทางเดินอาหาร 
         garlic01      garlic02    garlic03

                        ก.  ไร่ปลูกกระเทียม                                    ข.   ผลผลิตกระเทียม                                    ค.   หัวกระเทียมสีขาว
 

ภาพ ก. http://www.okanation.net/blog/surasakc/2007/11/19/entry-1
                                            ข  ,  ค     http://board.postjung.com/727945.html

 

          ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองกองทัพอังกฤษถูกนาซีเยอรมันปิดล้อม  ยาเคมีเกิดขาดแคลน รัฐบาลอังกฤษได้กว้านซื้อกระเทียมจำนวนมาก เพื่อนำมารักษาบาดแผลของทหารที่บาดเจ็บจากการรบ ชาว บุลกาเรีย  รับประทานกระเทียมเพื่อให้ร่างกายมีอายุยืนยาวและป้องกันมะเร็ง       ส่วนพวกชาวไวกิงค์ซึ่งเป็นนักเดินเรือรับประทานกระเทียมเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงในระหว่างเดินทางในท้องทะเล มหาสมุทร   ในประเทศ โคลัมเบีย ใช้กระเทียมช่วยในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง 

          จากข้อมูลที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า มีการใช้กระเทียมในการรักษาโรคต่าง ๆ ของคนเรามาตั้งแต่สมัยโบราณ ประมาณ  5,000  ปีมาแล้ว  ในกระเทียมมีสารอะไรบ้างและสารนั้น ๆ ในปัจจุบันมีการค้นคว้าวิจัยพบว่าสารเหล่านั้นในกระเทียมมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเรามากมาย   กระเทียมจึงจัดเป็นพืชสมุนไพรที่สำคัญอย่างหนึ่ง และมีสารต่าง ๆที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเรา ก็นับได้ว่ากระเทียมเป็นยาปฏิชีวนะที่ได้จากธรรมชาติ
 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          กระเทียมเป็นพืชล้มลุกมีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรปและทวีปเอซียกลาง  ต่อมาก็ได้แพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วๆ ไป  มีชื่อ วิทยาศาสตร์ว่า  Allium sativum  Linn.  จัดอยู่ในวงศ์  Alliaceae  ในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น  กระเทียม (ภาคกลาง)  หอมเทียม (ภาคเหนือ)  เทียม  หัวเทียม (ภาคใต้)  กระเทียมขาว  หอมขาว (ภาคอิสาน)  ปะเซว้า (กะเหรี่ยง  แม่ฮ่องสอน)

          เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกว่า หัว มีรากไม่ยาวนัก แต่ละหัวมีกลีบเรียงซ้อนกันประมาณ  4 – 15  กลีบ  แต่ละกลีบมีเยื่อบาง ๆ หุ้มอยู่รอย ๆ กลีบ เป็นเยื่อที่มี สีขาว  ขาวอมชมพู  ขาวอมม่วง  เนื้อของกระเทียมมีสีขาว  ใบมีสีเขียว  มีลักษณะยาวแบน  ใบกว้าง 1 – 2  ซม.  ยาว  30 – 60  ซม.ปลายใบแหลมแคบ  โคนใบแผ่เป็นแผ่นแบนหุ้มซ้อนกัน  ดอกออกเป็นช่อ  อยู่รวมกันเป็นกระจุกอยู่ที่ปลายก้านช่อ ก้านช่อยาว  กลีบดอกมี  6  กลีบ มีสีขาว หรือขาวอมชมพู   กระเทียมมีกลิ่นหอมฉุน รสชาติเผ็ดร้อน

กระเทียมที่นิยมปลูกกันในเมืองไทย  มีอยู่  3  ชนิด  คือ  
          1. กระเทียมขาว  มีเปลือกหุ้มสีขาว ๆ
          
2. กระเทียมสีชมพู   มีเปลือกหุ้มสีขาวอมชมพู  ปลูกได้ก่อนกระเทียมขาว
          3. กระเทียมแดง  มีเปลือกหุ้มที่มีสีค่อนข้างแดง  กระเทียมชนิดนี้โตช้า  แต่มีส่วนหัวค่อนข้างใหญ่
          ยังมีกระเทียมป่าอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า  แรมสัน หรือที่เรียกกันว่า  กระเทียมโทน  ต่างกับกระเทียมชนิดอื่น ๆ  คือ  ภายในหัวจะมีเพียงกลีบเดียว หัวค่อนข้างกลม มีกลิ่นฉุนมาก
 

สารสำคัญในกระเทียม
          กระเทียมเป็นพืชที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์เรามากมายมาตั้งสมัยโบราณแล้ว จากการค้นคว้าวิจัยในปัจจุบัน พบว่าหัวกระเทียมมีสารที่เป็น สารพฤกษเคมี หรือ ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ที่สำคัญหลายชนิด ซึ่งประกอบไปด้วยสารที่ออกฤทธิ์ นายแพทย์ มาศ  ไม้ประเสริฐ  แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง  ได้กล่าวผ่านทางเว็บไซท์  www.behappradio.com/nana/3-newsflash/42-newaflash-4   ได้ชี้ให้เห็นคุณค่าของกระเทียม  ซึ่งจัดเป็น  ราชาแห่งสมุนไพร  ที่มีคุณประโยชน์มหาศาลมาช้านานแล้ว  ประกอบด้วยสารที่ออกฤทธิ์ที่สำคัญ ได้แก่
          
1. ซีลีเนียม  เป็นสารที่ทำหน้าที่ช่วย ต่อต้านอนุมูลอิสระหรือเป็นแอนตออกซิแดนต์  ช่วยชะลอความแก่  ช่วยควบคุมการทำงานของร่างกายมนุษย์  ให้อยู่ในภาวะปกติและภาวะโรคข้ออักเสบ  เป็นสารที่ต้องการน้อยแต่ขาดไม่ได้  เพราะร่างกายต้องใช้ในกระบวนการ เมแทบอลิซึม (Matabolism)   และป้องกันโรคหัวใจ  ควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ
          
2. อัลลิซิน (Allicin)  ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย  ออกฤทธิ์เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียแบบอ่อน  ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อเนื่องจากอาหารไม่ย่อย  ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดอาการอักเสบ  ช่วยป้องกันโรคหวัดและโรคไข้หวัดใหญ่
           สารอัลลิซินอยู่ในรูปของ น้ำมันกระเทียม  ไม่มีสี สารตัวนี้ทำให้กระเทียม มี สมบัติเป็นยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) แก้อาการอักเสบได้
          3. อัลลิอิน (Alliin หรือ Allyin)  สารตัวนี้ก็มีสมบัติเป็นยาปฏิชีวนะ ออกฤทธ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกันและแก้การอักเสบ  และยังช่วย ออกฤทธิ์ ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
          
4. ไดซัลไฟด์ (Disulphide) สารตัวนี้ช่วยลดระดับ คอเลสเตอรอล และ  LDL (ไขมันชนิดไม่ดี) ในหลอดเลือด
          นอกจากนี้สารไดซัลไฟด์ยังต้านการแตกของเม็ดเลือดแดง  เป็นสารที่ระงับการแข็งตัวของเลือด  ช่วยรักษาโรคหัวใจ และยังเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย
           5. กำมะถัน (Sulphure)  ในกระเทียมมีสารประกอบกำมะถันที่สูงมาก  ช่วยป้องกันโรคผิวหนังได้หลายชนิด  ช่วยบำรุงข้อต่อและกล้ามเนื้อ
           นอกจากนี้ในกระเทียมยังมีสารอื่น ๆ อีกหลายชนิด  เช่น เจอมาเนียม (Germanium)  ซึ่ง เป็นสารที่ยับยั้งเซลล์มะเร็ง    อะโจอิน (Ajoin)  มีสมบัติเหมือนกับอัลลิซิน  แต่ออกฤทธิ์ได้มากกว่าหลายเท่า

คุณประโยชน์ของกระเทียม
          กระเทียมเป็นพืชที่เราคุ้นเคยกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณ จนเรียกได้ว่าทุกครัวเรือนจะต้องมีกระเทียมอยู่ในครัวเพื่อใช้ในการปรุงอาหารต่าง ๆ     ที่จริงแล้วกระเทียมมีสรรพคุณทางยา มีประโยชน์อย่างมากมายซึ่งมีผลต่อสุขภาพของคนเรา  เช่น
           
1. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดให้ลดลงในระดับปกติ
           
2.ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือดหัว  ลดความดันโลหิตสูง  มีสารระงับการแข็งตัวชองเลือด  ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน 
           
3. ช่วยเกี่ยวกับระบบหายใจ  ป้องกันเยื่อบุจมูกอักเสบ  บรรเทาอาการไอ  ขับเสมหะ  อาการน้ำมูกไหล  บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง  ป้องกันหวัด
           
4. ช่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร  ช่วยขับลม  แก้จุกเสียดแน่น  ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหาร  ส่งเสริมการย่อย  บรรเทาท้องผูก  แก้โรคท้องเสีย  ลำไส้อักเสบ
           5. ช่วยเกี่ยวกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ  บำรุงข้อต่อและกล้ามเนื้อ  มีสารต้านไขข้ออักเสบ   
           6. ช่วยเกี่ยวกับระบบผิวหนัง   ป้องกันรักษาโรคกลากเกลื้อน  รักษาผื่นคันแผลผุพอง
           
7. ช่วยเกี่ยวกับระบบประสาท  แก้อาการมึนงง  วิงเวียน  หูอื้อ  ปวดศีรษะ
           
8. ช่วยเสริมภูมิต้านทานและลดภูมิแพ้   สารอัลลิซินจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย โดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว เช่น มาโครเฟจ (Macrophage) เพิ่มขึ้นจะส่งผลในการช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและลดอาการภูมิแพ้

แสดงคุณค่าทางอาหารของกระเทียม     ส่วนที่กินได้   100    กรัม

garlic04

ข้อมูล    กองโภชนาการ  กรมอนามัย    กระทรวงสาธารณสุข  ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย
             *    วิเคราะห์โดยสถาบันวิจัยโภชนาการ  มหาวิทยาลัยมหิดล
         
    RE  ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล
             – ไม่มีการวิเคราะห์  

           ปัจจุบันมีการทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกระเทียมในรูปแบบต่าง ๆ    เช่น กระเทียมบดอัดเม็ดตากแห้ง  กระเทียมผง  กระเทียมแบบแคปซูล  เพื่อให้สะดวกในการรับประทาน ซึ่งจะลดปัญหาเกี่ยวกับกลิ่น และรสชาติที่เผ็ดร้อนซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบ  จะได้บริโภคกระเทียมเพื่อสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น

…………………………….

ข้อมูลอ้างอิง
1. คณะทำงานโครงการหนูรักผักสีเขียว  สถาบันวิจัยโภชนาการ  มหาวิทยาลัยมหิดล  และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย. (2541). มหัศจรรย์ผัก  108  (พิมพ์ครั้ง 2).กรุงเทพฯ
2. พรรณรวี  ชัยอินคำ. (2555, มิถุนายน.).  100 เท่า! กระเทียมต้านโรคจากอาหาร.  ชีวจิต,ปีที่  14  (328),   10
3. กระเทียมกับการแพทย์   (Online)    เข้าถึงได้จาก    http://www.rbu.ac.th/news/attack/2011-04-29-3255.doc สืบค้น 14/03/2557
4. กระเทียมกับคุณค่าทางโภชนาการและไฟโตนิวเทรียนต์ในกระเทียม   (Online)    เข้าถึงได้จาก     http://www.nutrilite.co.th/nutrilite/healthinfo/hearth04.html     สืบค้น  15/03/2557
5. กระเทียม (Garlic)    (Online)  เข้าถึงได้จาก   http://beuty-drink.blogspot.com/2012/25/garlic.html สืบค้น 15/03/2557
6. กระเทียม  สมุนไพรสารพัดประโยชน์   (Online)   เข้าถึงได้จาก http://www.kongkaherb.co.th/mainweb/index.php?option=com_content&view=article&kl=135:2009-07-20-14-414=40fcatid=34      สืบค้น     15/03/2557
7. กระเทียม  –  อย่ารังเกียจกระเทียม    (Online)    เข้าถึงได้จาก    http://www.behappradio.com/nana/3-newsflash/42-newflash-4 สืบค้น 15/03/2557
8. น้ำมันกระเทียม (Garlic Oil)    (Online)   เข้าถึงได้จาก  http://www.biopanax.com/healthinfo.php?article_id=34      สืบค้น    11/03/2557
9. กระเทียม  :  ยาปฏิชีวนะธรรมชาติ     (Online)    เข้าถึงได้จาก   http://doctor.or.th/article/detail/5766  สืบค้น 15/03/2557