หน้าแรก บทความ

Recommend Print

อาหารจานด่วน กินเร็ว ตายเร็ว

วันSundayที่ 08 July 2012 เวลา 12:18 น. เขียนโดย Suuthorn Trinandwan Hits 6626 views
SHARE STORE:
Digg
 

สุนทร   ตรีนันทวัน
ผู้เชี่ยวชาญสาขาเทคโนโลยีการศึกษา สสวท.
สอบถามเพิ่มเติม E-mail : strin@ipst.ac.th

        อาหารจานด่วน (fast food)  หรือที่หลายคนเรียกว่าอาหารขยะ  (junk food)  เป็นอาหารของชาวตะวันตก  ที่เผยแพร่ไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก  มีผู้ให้ความเห็นว่าการที่อาหารจานด่วนกลายเป็นที่นิยมของคนทั่วๆไปก็เพราะว่าเน้นที่ความสะดวกรวดเร็ว  และลูกค้าสามารถซื้อไปกินได้ทุกที่ทุกเวลา  นั่งกินในร้าน  ในรถ  ที่ทำงาน  กินไปทำงานไป  กินในเวลาเร่งรีบ  โดยมีเพียงกระดาษรอง  และทิ้งได้ทันทีเมื่อกินเสร็จ  ปัจจุบันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นไปแล้ว ว่าต้องกินอาหารฟาสฟูดหรืออาหารจานด่วน

        เรามาดูถึงคุณค่าทางโภชนาการ  แทบจะเรียกได้ว่ามีน้อยมากๆ  เรียกว่าเป็นอาหารพลังงานสูญเปล่า   นอกจากแทบจะไม่มีประโยชน์แล้ว  ยังก่อให้เกิดท๊อกซินและอนุมูลอิสระสะสมในร่างกายอีกด้วย   เพราะอาหารประเภทนี้มักจะมี  เกลือ  น้ำตาล  ไขมันในปริมาณที่สูง  แต่มีอาหารประเภทโปรตีน  วิตามิน  เกลือแร่น้อยมาก 

        ทั้ง ๆ ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มมีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอาหารเหล่านี้มากขึ้น  ว่ามีผลเสียต่อร่างกายอย่างไร  แต่ธุรกิจประเภทนี้ก็ขยายตัวมากขึ้น  ผู้บริโภคก็มากขึ้นเช่นกัน  โดยเฉาะเด็ก และวัยรุ่น  คล้าย ๆ กับว่าถ้าได้กินอาหารประเภทนี้จะเป็นคนทันสมัย หรือเท่ห์ดี  มีผลการวิจัยจากการกินอาหารประเภทดังกล่าว  ทั้ง  โรคอ้วน  โรคหัวใจ  โรคมะเร็ง  โรคความดันโลหิตสูง  โรคเบาหวาน ฯลฯ

อาหารจานด่วน กินเร็ว ตายเร็ว1

  ประเภทของ  อาหารจานด่วน
ภาพ    http://www.google.co.th

       นักโภชนาการได้กล่าวว่าอาหารจานด่วนเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงแต่ให้โปรตีนน้อย  มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ  ไม่สนับสนุนให้กินเป็นอาหารหลัก  ถ้ากินอาหารเหล่านี้มากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดโทษต่อร่างกายได้  และ สุวพันธ์  ชัยปัจจา  ได้กล่าวถึงอาหารจานด่วนให้โทษต่อ สุขภาพของร่างกาย ในนิตยสาร ชีวจิต ปีที่  7  ฉบับที่  163   16 กรกฎาคม 2548 ไว้ด้วย  ลองมาพิจารณาตัวอย่างอาหารดังกล่าว  ว่ามีโทษอย่างไรบ้าง

       1. แฮมเบอร์เกอร์  ซึ่งส่วนใหญ่จะใส่สารปรุงรส  MSG  (Monosodium Glutamate)  ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ได้  ส่วนเครื่องปรุงของแฮมเบอร์เกอร์  จำพวก พริก  กะหล่ำปลี  มะเขือเทศ  ล้วนใช้สารก่อมะเร็งจากเกลือเคมี กำมะถัน เพื่อควบคุมความสดของผัก

       2. ฮ็อทด็อก  มักจะใช้สารไนไตรท์ (Nitrite)  ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง  นอกจากนี้ยังมีสารไขมันที่มีสารประกอบไม่เปิดเผยอยู่ประมาณ  40 เปอร์เซ็นต์  เมื่อนำไปปิ้ง ย่าง ทอด  จะเกิดสารพิษที่เรียกว่า  อะคริลาไมด์  (Acrylamide)  ซึ่งเป็นอีกสารหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งหรือสารก่อมะเร็ง และทำลายระบบประสาท

       3. เฟรนช์ฟราย หรือ มันฝรั่งทอดเป็นชื้น ๆ  การทอดในอุณหภูมิที่สูงทำให้มีสารอะคริลิไมด์  และน้ำมันที่ใช้ในการทอดมันฝรั่ง จะเกิดการออกซิไดส์ ที่สำคัญมันฝรั่งจะมี กลีซีมิค (Glycemic)  อยู่สูงมากซึ่งจะเปลี่ยนมันฝรั่งที่เรากินเข้าไปให้เป็นน้ำตาลได้เร็วมาก  คือกินมันฝรั่งทอด  จำนวน  1 หัว  จะมีน้ำตาลเท่า ๆ กับเค้กช็อกโกแลตชื้นโต ๆ

       4. คุกกี้ช็อกโกแลต  การกินคุกกี้ช็อกโกแลตบ่อย ๆจะเพิ่มความกระหายน้ำตาลในร่างกายภายในเวลา  3 ชั่วโมงเท่านั้น  ซึ่งการที่ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป  จะส่งผลให้ผิวหนังเหี่ยวย่นเร็วขึ้น

       5. พิซซา   ผิวหน้าของพิซซาที่อบด้วยอุณหภูมิสูงมีสาร อะคริลาไมด์เกิดขึ้น  นอกนี้การเพิ่มไส้กรอกยังทำให้มีความเสี่ยงสูงจากสาร ไนไตรท์  สารกันบูด และสารอื่น ๆ  รวมทั้งไขมันอิ่มตัว

       6. น้ำอัดลมต่าง ๆ  ในน้ำอัดลม  1 กระป๋อง  มีน้ำตาลที่ไม่ให้พลังงานอยู่ประมาณ  12 ช้อนชา  ดังนั้นการกินน้ำอัดลม 1 กระป๋อง เท่ากับกินแท่งช็อกโกแลตหรือน้ำตาลเลว ๆ นี่เอง

       7. ไก่ทอดเนื้อนุ่มไร้กระดูก  มีสารฟอสเฟตที่ทำให้ร่างกายเกิดกรด  ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ยากขึ้น  นอกจากนี้ยังอาจจะมีสารอะลูมิเนียม  ซึ่งเป็นสารพิษที่อันตรายต่อสมองและกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย

       8. ไอศกรีม  มีไขมันไฮโดรจีเนตและไขมันที่แปรเปลี่ยนไปจากธรรมชาติ  และเป็นตัวการที่ทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ฮอร์โมนที่ฉีดเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมในวัว  ยังส่งผลให้เกิดเนื้องอก  ซีสต์  มะเร็งเต้านม  และมะเร็งรังไข่

        9. โดนัท  ในโดนัท  1 ชิ้น  มีคาร์โบไฮเดรตมากกว่าที่ร่างกายต้องการ  และมีเกลือโซเดี่ยมในปริมาณที่มาก  ซึ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำ  นอกจากนี้การทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูงจะมีกลิ่นหืน  จะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ  ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง

       10. ขนมปังขบเคี้ยว  การกินขนมขบเคี้ยวหนึ่งถุง  จะทำให้ได้รับสารอะคริลิไมด์สูงมากกว่า 500 เท่า  เมื่อเทียบกับอัตราสูงสุดที่อนุญาตให้มีในน้ำดื่มทั่วไป  นอกจากนี้ในขนมขบเคี้ยวยังมีไขมันอิ่มตัวและมีเกลือโซเดี่ยมสูงมาก

       ดังนั้นเราคงจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับการอาหารจานด่วนให้มากขึ้น  หรือจะคิดว่าอาหารจานด่วนกินอร่อยดี  กินสะดวก และเคยกินมาก่อนแล้ว  จะกินบ่อยแค่ไหน  ไม่ว่าจะเป็นอาหารอะไร หากรู้จักกิน และกินในปริมาณที่เหมาะสมก็มีประโยชน์  หรือจะลองหันมากินข้าวราดแกงที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมกับคนไทย  สนับสนุนอาหารไทยก็จะดีไม่น้อย ครับ

......................

เว็บไซต์ข้อมูลอ้างอิง
1. http://www.anamai.moph.go.th
2 http://www.cheewajit.com
3. http://en.wikipedia.org
4. http://www.yourhealthyguide.com
5. http://woman.thaiza.com
6 http://www.healththip.com

Visitor

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday118
mod_vvisit_counterYesterday140
mod_vvisit_counterThis week530
mod_vvisit_counterLast week976
mod_vvisit_counterThis month4111
mod_vvisit_counterLast month4248
mod_vvisit_counterAll686439

Online (20 minutes ago): 5
Your IP: 10.155.55.2
,
Now: 2014-07-30 20:04
You are here: