หน้าแรก บทความ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Recommend Print

ปัญจขันธ์

วันSaturdayที่ 07 July 2012 เวลา 22:32 น. เขียนโดย Suuthorn Trinandwan Hits 5248 views
SHARE STORE:
Digg
 

สุนทร   ตรีนันทวัน
ผู้เชี่ยวชาญสาขาเทคโนโลยีการศึกษา สสวท.
สอบถามเพิ่มเติม E-mail : strin@ipst.ac.th

      ปัญจขันธ์  เป็นชื่อที่ไม่ค่อยจะคุ้นหูนัก  ปัญจขันธ์เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มาก  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  จีโนสเตมมา  เพนตาฟีลลัม  (Gynostemma  phataphyllum .Makino)  จัดอยู่ในวงศ์  คิวเคอร์บิตาซีอี  (Cucurbitaceae)  อยู่ในวงศ์เดียวกับพวกแตงต่าง ๆ เป็นพืชล้มลุกชนิดเถาเลื้อยไปตามพื้นดิน  มีรากงอกออกมาจากส่วนข้อ  มีใบ 3 – 5 ใบ  ด้านบนและด้านล่างของใบมีขนอ่อนสีขาวเล็ก ๆ ปกคลุม  ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์คือส่วนที่อยู่เหนือดิน  คนไทนเพิ่งรู้จักคุณประโยชน์ของปัญจขันธ์ไม่นานมานี้เอง

       เภสัชกรหญิง ดร. อัญชลี  จูฑพุทธิ  จากสถาบันการแพทย์แผนไทย  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และ เภสัชกรหญิง ปราณี  ชวลิตธำรง  จากสถาบันวิจัยสมุนไพร  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ได้กล่าว เรื่อง  ปัญจขันธ์  ในนิตยสาร หมอชาวบ้าน  ฉบับที่ 316  ปีที่  27  สิงหาคม  2548  ว่าคนจีนในภาคใต้ของประเทศนำปัญจขันธ์มากินบำรุงร่างกายมานานแล้ว  คนจีนเรียกปัญขันธ์ว่า  เจียวกู่หลาน (Jiaogolan)  หรือ  ซีแย่ตัน เซียนเฉ่า    หมายถึง      สมุนไพรอมตะ และเริ่มแพร่หลายเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงปี  พ.ศ.  2413  เป็นต้นมา    คนญี่ปุ่น เรียกว่า  ยะมาซารู  หมายถึง  ชาหวานจากเถา  ชาวตะวันตกเรียกว่า  Miracle grass   หมายถึง  หญ้ามหัศจรรย์  หรือ  Southern ginseng  หมายถึง  โสมภาคใต้   ปัญจขันธ์เป็นพืชสมุนไพร  ที่มีประวัติศาสตร์ที่คนจีน รู้จักมายาวนาน

ปัญจขันธ์1

แปลงเพาะปลูก    ต้น   และ  ใบ   ของ ปัญจขันธ์
ภาพ    http://www.dmsc.moph.go.th

 

     มีงานวิจัยสมุนไพรทั้งในประเทศจีนและญี่ป่นจำนวนมาก  พบว่าสารสำคัญอยู่หลายชนิดที่พบมาก       เรียกว่าเป็นสารในกลุ่ม จิปพิโนไซท์  (Gypenodides) ซึ่งเป็นสารประเภท 

     ไตรเทอร์ปีนซาโพนิน (Triterpine Saponins)  ซึ่งเป็นสารกลุ่ม  จินเซนโนไซด์  ที่พบในโสม  ทั้ง ๆ ทีพืชทั้งสองชนิดนี้ไม่มีความสัมพันธ์กันเลย  สารจิปพีโนไซท์ ที่พบในปัญจขันธ์  มีมากกว่า  80  ชนิด  โดยมีเพียง  4  ชนิดที่พบเหมือนกับที่มีในโสม

    ฤทธิ์ของสารจิปพีโนไซท์ในปัญจขันธ์  หรือ  สารสกัดปัญจขันธิ์   คือ

                  1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
                  2. ลดระดับไขมันในเลือด
                  3. เสริมภูมิต้านทาน
                  4. ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งบางชนิด
                  5. ยับยั้งการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือด
                  6. ต้านการอักเสบ
                  7. ลดระดับน้ำตาลในเลือด  เนื่องจากสารที่ชื่อ  ฟาโนไซท์ ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน
                  8. กระตุ้นการหลั่งไนตริกออกไซด์ จากเซลล์ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัว
                  9. ป้องกันการเกิดพิษต่อตับ  ของสารที่เป็นพิษต่อตับ  เช่น  พาราเซตามอล คาร์บอนเตตระคลอไรด์

     ในประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน  ได้มีการจดสิทธิบัตรของสารสกัดปัญจขันธ์เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หลายชนิด  ได้แก่เครื่องสำอางบำรุงผิว       ผลิตภัณฑ์กระตุ้นการเจริญของผม  เครื่องดื่มชาหรือสมุนไพร  อาหารสุขภาพ  อาหารช่วยลดไขมันในเลือด  สารสกัดช่วยกระตุ้นการเจริญของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ และสารจิปพิโนไซท์ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งบางชนิด  เป็นต้น

      สำหรับในประเทศไทย  ในส่วนของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  สถาบันการแพทย์ไทย – จีน  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ได้มีโครงการความร่วมมือกับประเทศจีนในการนำสมุนไพรจีนมาทดลองปลูกในประเทศไทย  ผลการศึกษาในเบื้องต้นพบว่าปัญจขันธ์ของจีนมีสารสำคัญสูงกว่าสายพันธ์ของไทย  ซึ่งตรงกับผลการวิจัยของสถาบันจุฬาภรณ์ ที่พบว่าสายพันธุ์จากจีนมีสารสำคัญมากกว่าพันธุ์โครงการหลวงอ่างขาง  ซึ่งจะได้นำสายพันธุ์จากจีนมาขยายพันธุ์ต่อไป

      สำหรับสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกปัญจขันธ์  อากาศไม่ควรร้อนจัด  อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ  16 – 18  องศาเซลเซียส  และแหล่งปลูกสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ  300 – 3,200  เมตร  ปัญจขันธ์ขึ้นได้ตามหุบเขา  หุบเหว  สองฟากทางที่มีความชื้นสูง  ความชื้นสัมพัทธ์มากกว่าร้อยละ  80  มีปริมาณแสงประมาณร้อยละ  40  -  60  และลักษณะของดินที่เป็นกรดอ่อน หรือเบสอ่อน

      นอกจากนี้สถาบันวิจัยสมุนไพร  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ร่วมมือกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้  จังหวัดเชียงใหม่  ในการส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกปัญจขันธ์แบบอินทรีย์  ในพื้นที่สวนป่าสันกำแพง และพื้นที่ใกล้เคียง  เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร  รวมทั้งศึกษาร่วมกันถึงวิธีการปลูกปัญจขันธ์  การเก็บเกี่ยว และการขยายพันธุ์  เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตชาสมุนไพรปัญจขันธ์ หรือ ผลิตภัณฑ์ปัญขันธ์อื่น ๆ ออกสู่ท้องตลาด เป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรต่อไป

……………………….

เว็บไซท์ข้อมูลอ้างอิง
1. http://www.doctor.or.th
                                                  2. http://www.dmsc.moph.go.th
                                                  3. http://www.poomtai.com
                                                  4. http://www.rdi.ku.ac.th/kasetresearch
                                                  5. http://www.watchari.com

Visitor

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday48
mod_vvisit_counterYesterday194
mod_vvisit_counterThis week851
mod_vvisit_counterLast week975
mod_vvisit_counterThis month4054
mod_vvisit_counterLast month4139
mod_vvisit_counterAll690656

Online (20 minutes ago): 6
Your IP: 10.155.55.2
,
Now: 2014-08-29 08:09
You are here: